Short URL:
  • Home
  •  • 
  • Photo Galleries
    • Birds
      • Thailand
      • Malaysia
      • South Africa
      • Madagascar
    • Primates
      • Thailand
      • Malaysia
      • Madagascar
    • Predators
      • Thailand
      • South Africa
    • Bears & Tapir
    • Elephants
    • Reptiles
  •  • 
  • Khao Kheow Open Zoo
    • Introduction
    • Animal Welfare
    • Breeding Programmes
    • Special Attractions
      • Es-ta-te Camping Resort
      • Flight of the Gibbon
    • Getting to Khao Kheow
  •  • 
  • Infants & Young Animals
    • Clouded Leopard
    • African Lion
    • Siberian Tiger
    • Siamang
    • White-Cheeked Gibbon
    • White-Handed Gibbon
    • Red-Shanked Douc Langur
    • Brown Capuchin
    • Malayan Tapir
  •  • 
  • About
    • This Site
    • The Photographer
    • The Photography
  •  • 
  • Blog
  •  • 
  • Contact
  • บ้าน
  •  • 
  • แกลลอรี่
    • นก
      • เมืองไทย
      • มาเลเชีย
      • อัฟริกาใต้
      • มาดากัสก้า
    • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
      • เมืองไทย
      • มาเลเชีย
      • มาดากัสก้า
    • สัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร
      • เมืองไทย
      • อัฟริกาใต้
    • หมี และ สมเสร็จ
    • ช้าง
    • สัตว์เลื้อยคลาน
  •  • 
  • สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
    • บทแนะนำ
    • สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
    • โครงการณ์แพร่พันธุ์
    • สถานที่น่าสนใจ
      • เอสตาเต้แคมป์ปิ้งรีสอร์ท
      • Flight of the Gibbon
    • การเดินทางสู่เขาเขียว
  •  • 
  • สัตว์แรกเกิดและลูกสัตว์
    • เสือลายเมฆ
    • สิงโตอัฟริกัน
    • เสือไซบีเรียน
    • สยามมัง
    • ชะนีแก้มขาว
    • ชะนีมือขาว
    • ค่างห้าสี
    • ลิงสีทอง
    • สมเสร็จมาเลเชีย
  •  • 
  • เกี่ยวกับ
    • เว็บไซด์
    • ช่างภาพ
    • รูปภาพ
  •  • 
  • บล็อค
  •  • 
  • ติดต่อ
NatureImpressions  > ThaiTranslation > Siamang

ชื่อ เชียร์มัง

เพศ ยังกำหนดไม่ได้

วันเกิด ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕

สถานที่เกิด สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี ประเทศไทย

ข้อมูล เชียร์มังเป็นสัตว์ที่หากินอยู่บนต้นไม้ไม่มีหาง เป็นชะนีที่มีขนสีดำ ถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าของมาเลเชีย ไทย และเกาะสุมาตรามีขนาดตัวใหญ่ที่สุดในสัตว์ตระกูลชะนี เชียร์มังอาจจะตัวใหญ่มากเป็นสองเท่าของชะนีพันธุ์อื่น สูงได้ถึงหนึ่งเมตร และอาจมีน้ำหนักได้ถึง ๑๔ กิโลกรัม

เชียร์มังมีลัษณะเด่นอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือนิ้วเท้าของพวกมันจะเชื่อมกันติดโดยเยื่อหุ้มของผิวหนัง อย่างที่สองคือถุงตรงลำคอของมันที่มีขนาดใหญ่โต (พบทั้งในตัวผู้และตัวเมีย) ถุงตรงคอสามารถขยายให้ใหญ่ได้เท่ากับขนาดหัวของมันเอง ทำให้พวกมันสามารถเปล่งเสียงได้อย่างดังก้อง

พวกเชียร์มังชอบอยู่รวมกันอย่างสงบกับชะนีพันธุ์อื่น เช่นชะนีใบไม้ และลาร์ชะนี

ในขณะที่การค้าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย ส่งผลเสียต่อจำนวนประชากรสัตว์ในป่าเป็นอย่างมาก แต่ความน่ากลัวอันดับต้นๆสำหรับเชียร์มัง กลับเป็นการสูญเสียสภาพแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัยตามธรรมชาติของมัน ทั้งในมาเลเชียและในเกาะสุมาตรา พื้นที่ผืนใหญ่ของป่าไม้ถูกบุกรุกเพื่อการอุตสาหกรรมผลิตน้ำมันปาล์ม สภาพแวดล้อมของเชียร์มังเหลือน้อยลงเรื่อยๆ และสัตว์ป่าชนิดอื่นก็ถูกคุกคามด้วย เช่น พวกเสือโคร่งอินโดนีเชีย  เชียร์มังสามารถมีอายุยืนยาวถึง ๓๐ ปี หากอยู่ในเขตอนุรักษ์ เสียงร้องของเชียร์มังจะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของป่าในเวลาเช้าตรู่ หลังจากที่มันได้ยินเสียงพวกชะนีใบไม้หรือพวกชะนีมือขาวส่งเสียงก่อน เชียร์มังในเกาะสุมาตราและในแหลมมาเลย์จะมีลักษณะท่าทางคล้ายๆกัน จะมีเพียงลักษณะนิสัยบางอย่างเท่านั้นที่ทั้งสองกลุ่มมีแตกต่างกันบ้าง

อาหาร

อาหารหลักของเชียร์มังคือต้นไม้และพืชหลายประเภท แต่เชียร์มังสุมาตราจะกินผลไม้มากกว่าพันธุ์ของมาเลเชีย ซึ่งแบ่งเป็นกินผลไม้มากถึง ๖๐ เปอร์เซนต์จากอาหารทั้งหมดของมัน เชียร์มังกินพืชได้อย่างน้อย ๑๖๐ ชนิด แต่ส่วนใหญ่ชอบกินผลวิค เชียร์มังชอบผลไม้สุกงอมมากกว่าผลไม้ที่ยังไม่สุก ชอบยอดไม้อ่อนๆมากกว่าใบแก่ พวกมันกินดอกไม้และกินสัตว์ที่มีขนาดเล็กบางอย่าง ส่วนมากเป็นพวกแมลง เวลากินดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ พวกมันจะเลือกกินแต่กลีบดอก แต่จะกินทั้งหมดหากดอกไม้มีขนาดเล็ก มันจะเก็บผลไม้ลูกเล็กสะสมไว้ในมือก่อนที่จะกิน เวลาที่จะกินเมล็ดพืชที่มีขนาดใหญ่หรือที่มีเปลือกแข็ง มันจะลอกเปลือกออกก่อน

เกี่ยวกับสถิติ และประชากร

เชียร์มังแต่ละฝูง ตามปรกติจะประกอบไปด้วยจ่าฝูงตัวผู้หนึ่งตัว ตัวเมียของจ่าฝูงหนึ่งตัวกับทายาทของมัน ลูกชะนีเกิดใหม่หลายตัว และอาจจะมีตัวที่ยังไม่โตเต็มที่อีกหนึ่งตัว พวกที่กำลังเติบโตมักจะแยกออกจากฝูงเมื่อมีอายุได้ ๖ ถึง ๘ ปี และพวกตัวเมียมักจะแยกฝูงเร็วกว่าพวกตัวผู้

ระยะเวลาการตั้งท้องของเชียร์มังอยู่ที่ ๖.๒ ถึง ๗.๙ เดือน เมื่อลูกชะนีคลอดออกมา ตัวแม่จะดูแลลูกเองในช่วงปีแรก ส่วนตัวผู้จะช่วยอุ้มลูกบ้าง หลังจากที่ลูกมันมีอายุประมาณแปดเดือนแล้ว แต่ลูกชะนีก็จะกลับไปหาแม่เวลาที่มันจะนอนและเวลาหิวนม ลูกชะนีจะเริ่มออกห่างพ่อแม่ของมันเมื่อมีอายุได้สามปี

เชียร์มังเป็นสัตว์ที่จะเลือกคู่ครั้งเดียว มีการศึกษาเก็บบันทึกไว้ว่า พวกมันชอบอยู่ใกล้ชิดกับคู่ของมันมาก เมื่อเปรียบเทียบกับชะนีพันธุ์อื่น อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเชียร์มังพบว่า ทางใต้ของเกาะสุมาตรา พวกมันบางตัวอาจจะมีคู่เพียงครั้งเดียว และบางตัวอาจจะเปลี่ยนคู่ด้วย ในการติดตามสังเกตุการณ์เชียร์มังกลุ่มนี้พบว่า ลูกชะนีที่เกิดจากการมีคู่ตัวเดียวจะได้รับการดูแลจากตัวผู้มากกว่าพวกลูกชะนีที่อยู่ในกลุ่มเปลี่ยนคู่ การใส่ใจที่ลดน้อยลงของตัวผู้ น่าจะมาจากความไม่แน่ใจในสายเลือดของกลุ่มนี้

ในปี ๑๙๘๐ มีการประเมินว่า มีเชียร์มังในอินโดนีเชียที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าตามธรรมชาติถึง ๓๖๐,๐๐๐ ตัว วันนี้ฟังดูแล้วเหมือนกับว่า ที่เคยประเมินกันไว้ มันมากเกินจริงไปหน่อย เพราะดูจากตัวอย่างใน >อุทยานแห่งชาติบูคิด บาริสาน สิลาทาน

พฤติกรรม

เชียร์มังมีแนวโน้มที่จะพักผ่อนอยู่เฉยๆกว่าห้าสิบเปอร์เซนต์ของเวลาทั้งหมดที่พวกมันตื่นอยู่ (ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงยามค่ำ) ตามด้วยการกินอาหาร เคลื่อนไหว หาเสบียง และเข้ากลุ่มกัน พวกมันจะพักกันอีกช่วงเที่ยงวัน จะใช้เวลาแต่งขนให้กัน หรือเล่นด้วยกัน ในขณะที่พักผ่อนพวกมันจะเลือกอยู่บนกิ่งไม้ของต้นไม้ต้นใหญ่ๆ นอนหงายหรือนอนคว่ำ พฤติกรรมเรื่องกิน หาเสบียง และการเคลื่อนไหวต่างๆ จะทำกันในตอนเช้าและหลังช่วงเวลาพัก การจัดแต่งขนให้กันเป็นกิจกรรมสำคัญที่พวกมันจะทำให้กันในกลุ่มครอบครัว พวกที่โตเต็มวัยแล้วจะแต่งขนให้กันและกันในช่วงเช้าตรู่ แล้วพวกตัวโตก็จะแต่งขนให้พวกที่ยังโตไม่เต็มที่ทีหลัง พวกตัวผู้ที่โตเต็มวัยแล้วจะเกี่ยวข้องกับการแต่งขนมากที่สุด

ในหน้าร้อน ขอบเขตที่เชียร์มังจะไปในแต่ละวัน จะกว้างไกลกว่าที่ไปในหน้าฝน เชียร์มังในภาคใต้ของเกาะสุมาตราต้องการหาเสบียงน้อยกว่าเชียร์มังจากที่อื่น เพราะพวกมันชอบกินแต่ผลไม้ จึงเสียเวลาน้อยกว่าในการหาอาหาร บางครั้ง เชียร์มังจะใช้เวลาทั้งวันอยู่บนต้นไม้ที่มีผล จะย้ายที่อยู่เมื่อมันต้องการจะพักผ่อน และจะกลับมากินผลไม้ที่ต้นเดิมอีก

เชียร์มังเป็นสัตว์สังคม อยู่ในตระกูลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชอบแสดงลักษณะท่าทางหลากหลาย ให้สัญญาณกันด้วยสายตา ตามด้วยการออกท่าทาง และแสดงออกทางสีหน้าเพื่อการสื่อสาร พวกมันชอบจับกลุ่มกันอยู่ในฝูงครอบครัวของมัน เชียร์มังเป็นสัตว์ที่หวงอาณาเขต มันจะมีปฏิกริยาทันทีที่มีฝูงอื่นล้ำเขตเข้ามา มันจะส่งเสียงร้องดังเพื่อประกาศให้ฝูงอื่นรู้อาณาเขตของมัน แต่เสียงร้องอาจจะดังในภาวะที่ต่างกัน พวกมันอาจจะไม่ได้ส่งเสียงร้องใส่ฝูงที่อยู่ข้างๆ การส่งเสียงพร้อมกันในฝูง อาจจะร้องเพื่อระบุขอบเขตในฝูงของมันก็ได้ ในกรณีนี้ พวกตัวผู้ในฝูงจะวิ่งไล่กันไปมาข้ามอาณาเขตของพวกมัน

การตบแต่งขนให้กันบ่อยๆระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย ถูกพบว่า เทียบเคียงได้กับการร่วมสังวาสของพวกมันที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และบางครั้งก็เป็นการล่วงละเมิด การจับคู่ร่วมประเวณีจะเกิดขึ้นในสี่ถึงห้าเดือน ของช่วงเวลาสองถึงสามปี ช่วงเวลาที่เชียร์มังให้กำเนิดสูงสุดจะตรงกับฤดูกาลที่ผลไม้สุกงอมพอดี

บทบาทของเสียง

เชียร์มังเริ่มต้นวันใหม่ของพวกมันด้วยการส่งเสียงร้องดังในตอนเช้าตรู่ พอหลังเที่ยงไปแล้ว พวกมันจะส่งเสียงน้อยลง การส่งเสียงร้องจะดังมากที่สุดในช่วงเวลา ๙ ถึง ๑๐ โมงเช้า การร้องของพวกมัน ส่งเสียงถึงชะนีฝูงอื่นมากกว่าจะร้องใส่ฝูงของตัวเอง เชียร์มังร้องเพื่อคุกคามสัตว์ฝูงอื่น และเพื่อประกาศอาณาเขตของมันเอง เสียงที่ดังขึ้นช่วงสายๆ ส่วนมากจะเป็นเพราะมันเห็นเชียร์มังฝูงอื่นๆ ขอบเขตของเชียร์มังแต่ละฝูงมักจะคาบเกี่ยวกับฝูงอื่น ตรงนี้แหล่ะที่เป็นจุดเกิดเสียง พวกมันจะร้องใส่กันตรงใกล้ๆกับเขตกั้นอาณาเขต หรือตรงพื้นที่คาบเกี่ยวกัน เสียงร้องจะดังมากเป็นพิเศษในเวลาที่ผลไม้มากมายสุกงอม ดังกว่าตอนที่อาหารมีอยู่น้อยซะอีก พวกมันจะเขย่ากิ่งไม้ โยนตัวไปมา และกระโดดขึ้นยอดไม้พร้อมกับส่งเสียงร้องดัง การแสดงออกทั้งหมดอาจจะทำเพื่ออวดให้ฝูงอื่นรู้ที่อยู่ของมัน

เชียร์มังชอบส่งเสียงอยู่ในที่อยู่ของมัน บนต้นไม้สูงใหญ่ เพื่อให้ฝูงอื่นสามารถมองเห็นมันได้โดยง่าย นอกเหนือจากเหตุผลนั้น มันเลือกต้นไม้ใหญ่และสูงเป็นที่อยู่ เพราะสามารถรับน้ำหนักจากการเคลื่นไหวของพวกมันได้ ต้นไม้ที่พวกมันอาศัยอยู่ส่วนมากจะอยู่ใกล้กับต้นที่มันใช้เป็นที่กินอาหาร แต่บางครั้งก็พบเห็นพวกมันอาศัยอยู่บนต้นไม้ที่พวกมันกินผลเป็นอาหารเลย

คู่ที่จะผสมพันธุ์กันจะส่งเสียงร้องดังเป็นจังหวะอยู่ระยะหนึ่ง เปรียบเสมือนการร้องเพลงประสานเสียง เสียงนี้บอกเพื่อให้รู้ว่าพวกมันกำลังจับคู่ผสมพันธุ์กันอยู่ พวกที่เพิ่งจะจับคู่กันจะใช้เวลาส่งเสียงร้องมากกว่าคู่ที่ยอมรับกันแล้ว การประกาศให้สัตว์อื่นรู้ถึงการจับคู่มีประโยชน์ในการป้องกันอาณาเขตของพวกมัน การประสานเสียงของเชียร์มังแตกต่างจากชะนีพันธุ์อื่น เพราะพวกมันมีโครงสร้างที่เกี่ยวกับการเปล่งเสียงอย่างสลับซับซ้อน มีการพิสูจน์ระบุไว้ว่า การเปล่งเสียงของพวกมันแบ่งออกเป็นสี่ระดับดังนี้ เสียงที่ดังอย่างสนั่นหวั่นไหว เสียงที่ดังเหมือนเห่า เสียงกรีดร้องคำราม และเสียงกรีดแหลม พวกตัวเมียส่วนมากจะส่งเสียงเหมือนเห่ายาวๆ ส่วนพวกตัวผู้จะชอบร้องเสียงแหลม และทั้งสองเพศรู้วิธีการส่งเสียงได้ทั้งสี่แบบ

การหว่านเมล็ด

เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเป็นสื่อให้เกิดการแพร่พันธุ์ได้ เชียร์มังแพร่กระจายเมล็ดของผลไม้ที่มันกินตอนกระโดดข้ามอาณาเขตไปมา เชียร์มังสามารถถือเมล็ดพืชและถ่ายอุจจาระไกลออกไปถึง ๓๐๐ เมตร หรืออย่างน้อยก็ไกลจากแหล่งที่มาได้ถึง ๔๗.๖ เมตร ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยให้มีการเกิดขึ้นใหม่ของป่าอย่างประสบความสำเร็จ

การคุกคามและการอนุรักษ์

เชียร์มังก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ทั่วไป ที่การดำรงอยู่ของพวกมันขึ้นอยู่กับป่าไม้ที่สมบูรณ์ ความจริงก็คือ จำนวนของพวกมันลดน้อยลงเรื่อยๆ จากการสูญเสียสภาพแวดล้อมเพราะถูกลุกล้ำเขตแดน และการถูกล่า

การสูญเสียสภาพแวดล้อม

การถูกคุกคามพื้นที่อันดับต้นๆของเชียร์มังมาจาก การทำไร่หรือทำฟาร์ม ไฟป่า การตัดไม้อย่างผิดกฏหมาย การบุกรุก และการวิวัฒนาการของมนุษย์ เรื่องแรกคือ การปรับเปลี่ยนพื้นที่ในป่าเพื่อผลิตน้ำมันปาล์ม ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของเชียร์มังสูญหายไปเป็นพื้นที่กว้างขวางภายในเวลาสี่สิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๐๐๒ ต้นปาล์มถูกปลูกขึ้นมากถึง ๑๐๗,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร แทนที่พื้นที่ป่าฝนของอินโดนีเชียและของมาเลเชีย ซึ่งเป็นผืนป่าดั้งเดิมที่พวกเชียร์มังเคยอาศัยอยู่ เรื่องที่สอง ยี่สิบปีที่ผ่านมาได้เกิดไฟป่าครั้งใหญ่ที่ทำลายล้างป่าฝนในเกาะสุมาตราไปมากถึง ๒๐,๐๐๐ กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นป่าในทุ่งโล่งที่พวกเชียร์มังจำนวนมากเคยอยู่ เรื่องที่สาม ปริมาณของการตัดไม้อย่างผิดกฏหมายในอินโดนีเชียได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตั้งแต่ปี ๑๙๘๐ จนถึงปี ๑๙๙๕ และยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลังการปฎิรูปในปี ๑๙๙๘ การกระทำอย่างผิดกฎหมายเช่นนี้ ทำล้ายล้างป่าฝนในเขตร้อนชื้นที่เคยมีอยู่ โดยเฉพาะในเกาะสุมาตรา เรื่องที่สี่ การบุกรุกป่าเพื่อเปลี่ยนให้เป็นแหล่งเพาะปลูก ยกตัวอย่างในปี ๑๙๙๘ ตอนที่ราคาของกาแฟพุ่งสูงขึ้นมาก ทำให้มีคนมากมายยอมบุกรุกผืนป่า เพื่อเปลี่ยนป่าไม้ให้เป็นไร่กาแฟ เรื่องที่ห้า การพัฒนาหลายอย่างต้องการสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้น เช่น ถนน ตอนนี้มีการแบ่งพื้นที่ให้เป็นเขตอนุรักษ์ ซึ่งก็ทำให้ป่าไม้ต้องถูกตัดแยกออกให้เป็นเขตแดน

การล่วงล้ำ และการล่า

ไม่เหมือนกับส่วนอื่นของเอเชีย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอินโดนีเชียไม่ได้ถูกล่าเพื่อเอาเนื้อมาเป็นอาหาร (ยกเว้นร้านอาหารจีนบางแห่งในอินโดนีเชียที่เสริฟเนื้อมาแคท) พวกเขาล่าเพื่อส่งขายเป็นสินค้า (สัตว์ป่า) อย่างผิดกฎหมาย ลูกเชียร์มังแรกเกิดจะถูกล่ามากที่สุด ตัวแม่มักจะโดนฆ่าตายก่อนที่จะแย่งลูกเชียร์มังมาได้ เชียร์มังตัวเมียหวงลูกมาก มันจะปกป้องลูกและไม่ยอมให้ลูกถูกแย่งไปง่ายๆ เป็นการยากมากที่เอาลูกเชียร์มังออกจากอกแม่ นอกจากจะฆ่าตัวแม่ก่อน เชียร์มังที่ถูกขายทอดตลาดส่วนมากเป็นทารก และพวกมันหลายตัวต้องล้มตายลงในขณะที่ถูกขนย้าย

การอนุรักษ์

มีโคงการณ์อนุรักษ์เชียร์มังอยู่เก้าแห่ง อุทยานแห่งชาติบุคิดบาริสานสาละทัน , อุทยานแห่งชาติกูนังเลอร์เซอร์, อุทยานแห่งชาติเวย์คัมบัส และ เวสลังคัทรีเซริฟในอินโดนีเชีย เฟียเซอร์ฮิลล์รีเซริฟ, กูนองเบสเอาท์ฟอร์เร็สรีเซริฟ, ครัวไวด์ไลฟ์รีเซริฟ อูลูกัมไวด์ไลฟ์รีเซริฟในมาเลเชีย และ โฮลาบาล่าไวด์ไลฟ์ซานสุเออะรี่ ในเมืองไทย

gallery pages:  1  
gallery pages:  1  

Gallery Comments

| hide gallery comments |


Photo Website Hosting by SmugMug Pro · Login · Contact · Help · Portions © 2013 SmugMug, Inc.
Show FeedsAvailable Feeds
Gallery Photos:
Atom FeedAtom | RSS FeedRSS
Comments | Info | Keywords

| hide gallery comments

New comment: Requires approval

Name: 
Email: 
Link: 


Rating: stars
To foil spammers, enter this code: copy this text in this box: Code unreadable?