ชื่อ เชียร์มัง
เพศ ยังกำหนดไม่ได้
วันเกิด ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕
สถานที่เกิด สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี ประเทศไทย
ข้อมูล เชียร์มังเป็นสัตว์ที่หากินอยู่บนต้นไม้ไม่มีหาง เป็นชะนีที่มีขนสีดำ ถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าของมาเลเชีย ไทย และเกาะสุมาตรามีขนาดตัวใหญ่ที่สุดในสัตว์ตระกูลชะนี เชียร์มังอาจจะตัวใหญ่มากเป็นสองเท่าของชะนีพันธุ์อื่น สูงได้ถึงหนึ่งเมตร และอาจมีน้ำหนักได้ถึง ๑๔ กิโลกรัม
เชียร์มังมีลัษณะเด่นอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือนิ้วเท้าของพวกมันจะเชื่อมกันติดโดยเยื่อหุ้มของผิวหนัง อย่างที่สองคือถุงตรงลำคอของมันที่มีขนาดใหญ่โต (พบทั้งในตัวผู้และตัวเมีย) ถุงตรงคอสามารถขยายให้ใหญ่ได้เท่ากับขนาดหัวของมันเอง ทำให้พวกมันสามารถเปล่งเสียงได้อย่างดังก้อง
พวกเชียร์มังชอบอยู่รวมกันอย่างสงบกับชะนีพันธุ์อื่น เช่นชะนีใบไม้ และลาร์ชะนี
ในขณะที่การค้าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย ส่งผลเสียต่อจำนวนประชากรสัตว์ในป่าเป็นอย่างมาก แต่ความน่ากลัวอันดับต้นๆสำหรับเชียร์มัง กลับเป็นการสูญเสียสภาพแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัยตามธรรมชาติของมัน ทั้งในมาเลเชียและในเกาะสุมาตรา พื้นที่ผืนใหญ่ของป่าไม้ถูกบุกรุกเพื่อการอุตสาหกรรมผลิตน้ำมันปาล์ม สภาพแวดล้อมของเชียร์มังเหลือน้อยลงเรื่อยๆ และสัตว์ป่าชนิดอื่นก็ถูกคุกคามด้วย เช่น พวกเสือโคร่งอินโดนีเชีย เชียร์มังสามารถมีอายุยืนยาวถึง ๓๐ ปี หากอยู่ในเขตอนุรักษ์ เสียงร้องของเชียร์มังจะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของป่าในเวลาเช้าตรู่ หลังจากที่มันได้ยินเสียงพวกชะนีใบไม้หรือพวกชะนีมือขาวส่งเสียงก่อน เชียร์มังในเกาะสุมาตราและในแหลมมาเลย์จะมีลักษณะท่าทางคล้ายๆกัน จะมีเพียงลักษณะนิสัยบางอย่างเท่านั้นที่ทั้งสองกลุ่มมีแตกต่างกันบ้าง
อาหาร
อาหารหลักของเชียร์มังคือต้นไม้และพืชหลายประเภท แต่เชียร์มังสุมาตราจะกินผลไม้มากกว่าพันธุ์ของมาเลเชีย ซึ่งแบ่งเป็นกินผลไม้มากถึง ๖๐ เปอร์เซนต์จากอาหารทั้งหมดของมัน เชียร์มังกินพืชได้อย่างน้อย ๑๖๐ ชนิด แต่ส่วนใหญ่ชอบกินผลวิค เชียร์มังชอบผลไม้สุกงอมมากกว่าผลไม้ที่ยังไม่สุก ชอบยอดไม้อ่อนๆมากกว่าใบแก่ พวกมันกินดอกไม้และกินสัตว์ที่มีขนาดเล็กบางอย่าง ส่วนมากเป็นพวกแมลง เวลากินดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ พวกมันจะเลือกกินแต่กลีบดอก แต่จะกินทั้งหมดหากดอกไม้มีขนาดเล็ก มันจะเก็บผลไม้ลูกเล็กสะสมไว้ในมือก่อนที่จะกิน เวลาที่จะกินเมล็ดพืชที่มีขนาดใหญ่หรือที่มีเปลือกแข็ง มันจะลอกเปลือกออกก่อน
เกี่ยวกับสถิติ และประชากร
เชียร์มังแต่ละฝูง ตามปรกติจะประกอบไปด้วยจ่าฝูงตัวผู้หนึ่งตัว ตัวเมียของจ่าฝูงหนึ่งตัวกับทายาทของมัน ลูกชะนีเกิดใหม่หลายตัว และอาจจะมีตัวที่ยังไม่โตเต็มที่อีกหนึ่งตัว พวกที่กำลังเติบโตมักจะแยกออกจากฝูงเมื่อมีอายุได้ ๖ ถึง ๘ ปี และพวกตัวเมียมักจะแยกฝูงเร็วกว่าพวกตัวผู้
ระยะเวลาการตั้งท้องของเชียร์มังอยู่ที่ ๖.๒ ถึง ๗.๙ เดือน เมื่อลูกชะนีคลอดออกมา ตัวแม่จะดูแลลูกเองในช่วงปีแรก ส่วนตัวผู้จะช่วยอุ้มลูกบ้าง หลังจากที่ลูกมันมีอายุประมาณแปดเดือนแล้ว แต่ลูกชะนีก็จะกลับไปหาแม่เวลาที่มันจะนอนและเวลาหิวนม ลูกชะนีจะเริ่มออกห่างพ่อแม่ของมันเมื่อมีอายุได้สามปี
เชียร์มังเป็นสัตว์ที่จะเลือกคู่ครั้งเดียว มีการศึกษาเก็บบันทึกไว้ว่า พวกมันชอบอยู่ใกล้ชิดกับคู่ของมันมาก เมื่อเปรียบเทียบกับชะนีพันธุ์อื่น อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเชียร์มังพบว่า ทางใต้ของเกาะสุมาตรา พวกมันบางตัวอาจจะมีคู่เพียงครั้งเดียว และบางตัวอาจจะเปลี่ยนคู่ด้วย ในการติดตามสังเกตุการณ์เชียร์มังกลุ่มนี้พบว่า ลูกชะนีที่เกิดจากการมีคู่ตัวเดียวจะได้รับการดูแลจากตัวผู้มากกว่าพวกลูกชะนีที่อยู่ในกลุ่มเปลี่ยนคู่ การใส่ใจที่ลดน้อยลงของตัวผู้ น่าจะมาจากความไม่แน่ใจในสายเลือดของกลุ่มนี้
ในปี ๑๙๘๐ มีการประเมินว่า มีเชียร์มังในอินโดนีเชียที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าตามธรรมชาติถึง ๓๖๐,๐๐๐ ตัว วันนี้ฟังดูแล้วเหมือนกับว่า ที่เคยประเมินกันไว้ มันมากเกินจริงไปหน่อย เพราะดูจากตัวอย่างใน >อุทยานแห่งชาติบูคิด บาริสาน สิลาทาน
พฤติกรรม
เชียร์มังมีแนวโน้มที่จะพักผ่อนอยู่เฉยๆกว่าห้าสิบเปอร์เซนต์ของเวลาทั้งหมดที่พวกมันตื่นอยู่ (ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงยามค่ำ) ตามด้วยการกินอาหาร เคลื่อนไหว หาเสบียง และเข้ากลุ่มกัน พวกมันจะพักกันอีกช่วงเที่ยงวัน จะใช้เวลาแต่งขนให้กัน หรือเล่นด้วยกัน ในขณะที่พักผ่อนพวกมันจะเลือกอยู่บนกิ่งไม้ของต้นไม้ต้นใหญ่ๆ นอนหงายหรือนอนคว่ำ พฤติกรรมเรื่องกิน หาเสบียง และการเคลื่อนไหวต่างๆ จะทำกันในตอนเช้าและหลังช่วงเวลาพัก การจัดแต่งขนให้กันเป็นกิจกรรมสำคัญที่พวกมันจะทำให้กันในกลุ่มครอบครัว พวกที่โตเต็มวัยแล้วจะแต่งขนให้กันและกันในช่วงเช้าตรู่ แล้วพวกตัวโตก็จะแต่งขนให้พวกที่ยังโตไม่เต็มที่ทีหลัง พวกตัวผู้ที่โตเต็มวัยแล้วจะเกี่ยวข้องกับการแต่งขนมากที่สุด
ในหน้าร้อน ขอบเขตที่เชียร์มังจะไปในแต่ละวัน จะกว้างไกลกว่าที่ไปในหน้าฝน เชียร์มังในภาคใต้ของเกาะสุมาตราต้องการหาเสบียงน้อยกว่าเชียร์มังจากที่อื่น เพราะพวกมันชอบกินแต่ผลไม้ จึงเสียเวลาน้อยกว่าในการหาอาหาร บางครั้ง เชียร์มังจะใช้เวลาทั้งวันอยู่บนต้นไม้ที่มีผล จะย้ายที่อยู่เมื่อมันต้องการจะพักผ่อน และจะกลับมากินผลไม้ที่ต้นเดิมอีก
เชียร์มังเป็นสัตว์สังคม อยู่ในตระกูลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชอบแสดงลักษณะท่าทางหลากหลาย ให้สัญญาณกันด้วยสายตา ตามด้วยการออกท่าทาง และแสดงออกทางสีหน้าเพื่อการสื่อสาร พวกมันชอบจับกลุ่มกันอยู่ในฝูงครอบครัวของมัน เชียร์มังเป็นสัตว์ที่หวงอาณาเขต มันจะมีปฏิกริยาทันทีที่มีฝูงอื่นล้ำเขตเข้ามา มันจะส่งเสียงร้องดังเพื่อประกาศให้ฝูงอื่นรู้อาณาเขตของมัน แต่เสียงร้องอาจจะดังในภาวะที่ต่างกัน พวกมันอาจจะไม่ได้ส่งเสียงร้องใส่ฝูงที่อยู่ข้างๆ การส่งเสียงพร้อมกันในฝูง อาจจะร้องเพื่อระบุขอบเขตในฝูงของมันก็ได้ ในกรณีนี้ พวกตัวผู้ในฝูงจะวิ่งไล่กันไปมาข้ามอาณาเขตของพวกมัน
การตบแต่งขนให้กันบ่อยๆระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย ถูกพบว่า เทียบเคียงได้กับการร่วมสังวาสของพวกมันที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และบางครั้งก็เป็นการล่วงละเมิด การจับคู่ร่วมประเวณีจะเกิดขึ้นในสี่ถึงห้าเดือน ของช่วงเวลาสองถึงสามปี ช่วงเวลาที่เชียร์มังให้กำเนิดสูงสุดจะตรงกับฤดูกาลที่ผลไม้สุกงอมพอดี
บทบาทของเสียง
เชียร์มังเริ่มต้นวันใหม่ของพวกมันด้วยการส่งเสียงร้องดังในตอนเช้าตรู่ พอหลังเที่ยงไปแล้ว พวกมันจะส่งเสียงน้อยลง การส่งเสียงร้องจะดังมากที่สุดในช่วงเวลา ๙ ถึง ๑๐ โมงเช้า การร้องของพวกมัน ส่งเสียงถึงชะนีฝูงอื่นมากกว่าจะร้องใส่ฝูงของตัวเอง เชียร์มังร้องเพื่อคุกคามสัตว์ฝูงอื่น และเพื่อประกาศอาณาเขตของมันเอง เสียงที่ดังขึ้นช่วงสายๆ ส่วนมากจะเป็นเพราะมันเห็นเชียร์มังฝูงอื่นๆ ขอบเขตของเชียร์มังแต่ละฝูงมักจะคาบเกี่ยวกับฝูงอื่น ตรงนี้แหล่ะที่เป็นจุดเกิดเสียง พวกมันจะร้องใส่กันตรงใกล้ๆกับเขตกั้นอาณาเขต หรือตรงพื้นที่คาบเกี่ยวกัน เสียงร้องจะดังมากเป็นพิเศษในเวลาที่ผลไม้มากมายสุกงอม ดังกว่าตอนที่อาหารมีอยู่น้อยซะอีก พวกมันจะเขย่ากิ่งไม้ โยนตัวไปมา และกระโดดขึ้นยอดไม้พร้อมกับส่งเสียงร้องดัง การแสดงออกทั้งหมดอาจจะทำเพื่ออวดให้ฝูงอื่นรู้ที่อยู่ของมัน
เชียร์มังชอบส่งเสียงอยู่ในที่อยู่ของมัน บนต้นไม้สูงใหญ่ เพื่อให้ฝูงอื่นสามารถมองเห็นมันได้โดยง่าย นอกเหนือจากเหตุผลนั้น มันเลือกต้นไม้ใหญ่และสูงเป็นที่อยู่ เพราะสามารถรับน้ำหนักจากการเคลื่นไหวของพวกมันได้ ต้นไม้ที่พวกมันอาศัยอยู่ส่วนมากจะอยู่ใกล้กับต้นที่มันใช้เป็นที่กินอาหาร แต่บางครั้งก็พบเห็นพวกมันอาศัยอยู่บนต้นไม้ที่พวกมันกินผลเป็นอาหารเลย
คู่ที่จะผสมพันธุ์กันจะส่งเสียงร้องดังเป็นจังหวะอยู่ระยะหนึ่ง เปรียบเสมือนการร้องเพลงประสานเสียง เสียงนี้บอกเพื่อให้รู้ว่าพวกมันกำลังจับคู่ผสมพันธุ์กันอยู่ พวกที่เพิ่งจะจับคู่กันจะใช้เวลาส่งเสียงร้องมากกว่าคู่ที่ยอมรับกันแล้ว การประกาศให้สัตว์อื่นรู้ถึงการจับคู่มีประโยชน์ในการป้องกันอาณาเขตของพวกมัน การประสานเสียงของเชียร์มังแตกต่างจากชะนีพันธุ์อื่น เพราะพวกมันมีโครงสร้างที่เกี่ยวกับการเปล่งเสียงอย่างสลับซับซ้อน มีการพิสูจน์ระบุไว้ว่า การเปล่งเสียงของพวกมันแบ่งออกเป็นสี่ระดับดังนี้ เสียงที่ดังอย่างสนั่นหวั่นไหว เสียงที่ดังเหมือนเห่า เสียงกรีดร้องคำราม และเสียงกรีดแหลม พวกตัวเมียส่วนมากจะส่งเสียงเหมือนเห่ายาวๆ ส่วนพวกตัวผู้จะชอบร้องเสียงแหลม และทั้งสองเพศรู้วิธีการส่งเสียงได้ทั้งสี่แบบ
การหว่านเมล็ด
เพราะเป็นสัตว์ที่สามารถเป็นสื่อให้เกิดการแพร่พันธุ์ได้ เชียร์มังแพร่กระจายเมล็ดของผลไม้ที่มันกินตอนกระโดดข้ามอาณาเขตไปมา เชียร์มังสามารถถือเมล็ดพืชและถ่ายอุจจาระไกลออกไปถึง ๓๐๐ เมตร หรืออย่างน้อยก็ไกลจากแหล่งที่มาได้ถึง ๔๗.๖ เมตร ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยให้มีการเกิดขึ้นใหม่ของป่าอย่างประสบความสำเร็จ
การคุกคามและการอนุรักษ์
เชียร์มังก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ทั่วไป ที่การดำรงอยู่ของพวกมันขึ้นอยู่กับป่าไม้ที่สมบูรณ์ ความจริงก็คือ จำนวนของพวกมันลดน้อยลงเรื่อยๆ จากการสูญเสียสภาพแวดล้อมเพราะถูกลุกล้ำเขตแดน และการถูกล่า
การสูญเสียสภาพแวดล้อม
การถูกคุกคามพื้นที่อันดับต้นๆของเชียร์มังมาจาก การทำไร่หรือทำฟาร์ม ไฟป่า การตัดไม้อย่างผิดกฏหมาย การบุกรุก และการวิวัฒนาการของมนุษย์ เรื่องแรกคือ การปรับเปลี่ยนพื้นที่ในป่าเพื่อผลิตน้ำมันปาล์ม ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของเชียร์มังสูญหายไปเป็นพื้นที่กว้างขวางภายในเวลาสี่สิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๐๐๒ ต้นปาล์มถูกปลูกขึ้นมากถึง ๑๐๗,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร แทนที่พื้นที่ป่าฝนของอินโดนีเชียและของมาเลเชีย ซึ่งเป็นผืนป่าดั้งเดิมที่พวกเชียร์มังเคยอาศัยอยู่ เรื่องที่สอง ยี่สิบปีที่ผ่านมาได้เกิดไฟป่าครั้งใหญ่ที่ทำลายล้างป่าฝนในเกาะสุมาตราไปมากถึง ๒๐,๐๐๐ กิโลเมตร ส่วนใหญ่เป็นป่าในทุ่งโล่งที่พวกเชียร์มังจำนวนมากเคยอยู่ เรื่องที่สาม ปริมาณของการตัดไม้อย่างผิดกฏหมายในอินโดนีเชียได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตั้งแต่ปี ๑๙๘๐ จนถึงปี ๑๙๙๕ และยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลังการปฎิรูปในปี ๑๙๙๘ การกระทำอย่างผิดกฎหมายเช่นนี้ ทำล้ายล้างป่าฝนในเขตร้อนชื้นที่เคยมีอยู่ โดยเฉพาะในเกาะสุมาตรา เรื่องที่สี่ การบุกรุกป่าเพื่อเปลี่ยนให้เป็นแหล่งเพาะปลูก ยกตัวอย่างในปี ๑๙๙๘ ตอนที่ราคาของกาแฟพุ่งสูงขึ้นมาก ทำให้มีคนมากมายยอมบุกรุกผืนป่า เพื่อเปลี่ยนป่าไม้ให้เป็นไร่กาแฟ เรื่องที่ห้า การพัฒนาหลายอย่างต้องการสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้น เช่น ถนน ตอนนี้มีการแบ่งพื้นที่ให้เป็นเขตอนุรักษ์ ซึ่งก็ทำให้ป่าไม้ต้องถูกตัดแยกออกให้เป็นเขตแดน
การล่วงล้ำ และการล่า
ไม่เหมือนกับส่วนอื่นของเอเชีย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอินโดนีเชียไม่ได้ถูกล่าเพื่อเอาเนื้อมาเป็นอาหาร (ยกเว้นร้านอาหารจีนบางแห่งในอินโดนีเชียที่เสริฟเนื้อมาแคท) พวกเขาล่าเพื่อส่งขายเป็นสินค้า (สัตว์ป่า) อย่างผิดกฎหมาย ลูกเชียร์มังแรกเกิดจะถูกล่ามากที่สุด ตัวแม่มักจะโดนฆ่าตายก่อนที่จะแย่งลูกเชียร์มังมาได้ เชียร์มังตัวเมียหวงลูกมาก มันจะปกป้องลูกและไม่ยอมให้ลูกถูกแย่งไปง่ายๆ เป็นการยากมากที่เอาลูกเชียร์มังออกจากอกแม่ นอกจากจะฆ่าตัวแม่ก่อน เชียร์มังที่ถูกขายทอดตลาดส่วนมากเป็นทารก และพวกมันหลายตัวต้องล้มตายลงในขณะที่ถูกขนย้าย
การอนุรักษ์
มีโคงการณ์อนุรักษ์เชียร์มังอยู่เก้าแห่ง อุทยานแห่งชาติบุคิดบาริสานสาละทัน , อุทยานแห่งชาติกูนังเลอร์เซอร์, อุทยานแห่งชาติเวย์คัมบัส และ เวสลังคัทรีเซริฟในอินโดนีเชีย เฟียเซอร์ฮิลล์รีเซริฟ, กูนองเบสเอาท์ฟอร์เร็สรีเซริฟ, ครัวไวด์ไลฟ์รีเซริฟ อูลูกัมไวด์ไลฟ์รีเซริฟในมาเลเชีย และ โฮลาบาล่าไวด์ไลฟ์ซานสุเออะรี่ ในเมืองไทย
New comment: Requires approval